A Short History of Web Applications
From Blognone
ประวัติย่อของเว็บแอพพลิเคชัน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เราเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนว่าแอพพลิเคชันกำลังย้ายจากเดสก์ท็อปมาสู่เว็บ ปัจจัยที่สนับสนุนมีดังนี้
- อินเทอร์เน็ตกลายมาเป็นช่องทางการสื่อสารสำคัญ
- ความง่ายในการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชัน
- ความสามารถในการใช้งานบนหลายแพลตฟอร์ม เนื่องจากใช้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์เป็นหลัก
- พัฒนาการของเทคโนโลยีฝั่งไคลเอนต์ เช่น เบราว์เซอร์หรือ Flash Player
เว็บแอพพลิเคชันในยุคแรกพัฒนาโดย HTML และ JavaScript ซึ่งอิงอยู่กับการเชื่อมต่อระหว่างไคลเอนต์-เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งจำเป็นต้องมีการเรียกเพจใหม่ทั้งหน้า วิธีการเรียกเพจใหม่นี้เป็นแนวคิดพื้นฐานของเว็บเบราว์เซอร์ตั้งแต่สมัยแรกๆ และเหมาะสำหรับการเรียกดูเอกสาร แต่สำหรับการใช้งานเว็บแอพพลิเคชันแล้ว มันเป็นวิธีที่ไม่ดีนักในการติดต่อกับผู้ใช้
พัฒนาการของ Flash Player และเทคนิค AJAX ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างเว็บแอพพลิเคชันที่ไม่อิงกับแนวคิดเรียกเพจใหม่ทั้งหน้าได้ง่ายขึ้น และส่งผลให้การติดต่อกับผู้ใช้มีลูกเล่นมากขึ้น ในเอกสารของ Macromedia เดือนมีนาคม 2002 ได้เสนอชื่อเรียก Rich Internet Application หรือ RIA สำหรับแอพพลิเคชันแบบใหม่ในเบราว์เซอร์ ซึ่ง Macromedia นิยามว่ามันจะ "หลอมรวมเนื้อหา ตรรกะในการใช้งาน และการสื่อสารเป็นหนึ่งเดียวกัน ทำให้เว็บมีประโยชน์มากขึ้น และใช้งานได้สนุกขึ้นกว่าที่เคย" แอพพลิเคชันจะมีลักษณะเหมือนแอพพลิเคชันบนเดสก์ท็อปมากขึ้น ในขณะที่ยังรักษาจุดเด่นด้านการใช้งานข้ามแพลตฟอร์มของเว็บเอาไว้
- Internet applications are all about reach. The promise of the web is one of content and applications anywhere, regardless of the platform or device. Rich clients must embrace and support all popular desktop operating systems, as well as the broadest range of emerging device platforms such as smart phones, PDAs, set-top boxes, game consoles, and Internet appliances.
Tip: คุณสามารถอ่านเอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับ RIA เพิ่มเติมได้ที่ http://download.macromedia.com/pub/flash/whitepapers/richclient.pdf
เอกสารชิ้นนั้นยังนิยามคุณลักษณะสำคัญของ RIA ไว้ดังนี้
- มีรันไทม์ประสิทธิภาพสูงสำหรับการ execute โค้ด, เนื้อหา และการสื่อสาร
- รวมเนื้อหา การสื่อสาร และอินเทอร์เฟซของแอพพลิเคชัน เข้าไปเป็นสภาพแวดล้อมเดียวกัน
- มี object model ที่ยืดหยุ่นสำหรับด้าน interactive
- ร่นระยะการพัฒนาด้วยการใช้ component ซ้ำได้
- สนับสนุนการใช้เว็บเซอร์วิสจากแอพพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์
- ใช้ได้ทั้งไคลเอนต์ที่ต่อ-ไม่ต่อกับอินเทอร์เน็ต
- สามารถ deploy ได้ง่ายบนทุกแพลตฟอร์ม
ความเคลื่อนไหวในการพัฒนาเว็บแอพพลิเคชันให้ใกล้เคียงกับแอพพลิเคชันบนเดสก์ท็อปนี้ (โดยเฉพาะการใช้ Flash และ AJAX) ส่งผลให้เกิดกระแสความนิยมในเว็บแอพพลิเคชัน
ทุกวันนี้เว็บกลายมาเป็นแพลตฟอร์มหลักในการ deploy แอพพลิเคชัน เพราะมันมีผลดีต่อทั้งผู้ใช้และผู้พัฒนา ข้อดีเหล่านี้ได้แก่:
- ใช้งานได้บนหลายแพลตฟอร์ม หลายระบบปฏิบัติการ
- นักพัฒนาสามารถใช้ภาษาระดับสูง และภาษาในการจัดหน้า (layout language) ช่วยได้
- ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแอพพลิเคชันได้จากเกือบทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต
- การอัพเดตแอพพลิเคชันทำได้ง่าย เพราะเป็นแบบ push
เราสามารถสังเกตการเติบโตของเว็บแอพพลิเคชันได้จาก Web 2.0 ซึ่งเป็นแอพพลิเคชันและ API เป็น web-based แทบทั้งหมด รวมถึงบริษัทใหญ่ๆ จำนวนมากเริ่มหันมาใช้เว็บแอพพลิเคชันกันอย่างกว้างขวาง